เคยสงสัยกันไหมว่า “สายตาเอียงเท่าไหร่ถึงเยอะ” หลายคนไปตรวจวัดสายตาแล้วพบว่าตัวเองมีค่าสายตาเอียง แต่อาจจะไม่แน่ใจว่าตัวเลขที่ได้นั้นถือว่ารุนแรงแค่ไหน แล้ว “จำเป็นต้องใส่แว่นไหม? ” บทความนี้มีคำตอบจากนักทัศนมาตรค่ะ

สายตาเอียง คืออะไร?

          ก่อนไปดูเรื่องตัวเลข ต้องเข้าใจก่อนว่า สายตาเอียง เกิดจากความโค้งของกระจกตาหรือเลนส์ตา ทำให้แสงที่เข้าสู่ดวงตาไม่ตกกระทบที่จุดเดียว ส่งผลทำให้มองภาพมีเงาซ้อน ไม่คมชัด ทั้งระยะใกล้และไกล

สายตาเอียงเท่าไหร่ถึงเยอะ และเมื่อไหร่ถึงควรใส่แว่น?

          เราจะแบ่งระดับความรุนแรงเป็น 3 ระดับหลักๆ เพื่อง่ายต่อการประเมิน ดังนี้

  1. สายตาเอียง 25 ถึง 75
  2. ถือว่าสายตาเอียงเล็กน้อย
  3. คนส่วนใหญ่มีสายตาเอียงระดับนี้ได้เป็นปกติ และมักไม่ได้แสดงอาการอย่างชัดเจน
  4. คำแนะนำ : ขึ้นอยู่กับอาการและการใช้สายตาของแต่ละคน
    1. ไม่จำเป็นต้องตัดแว่น : ถ้าใช้ชีวิตประจำวันได้ปกติ ไม่มีอาการปวดหัว      
    1. แนะนำให้ตัดแว่น : ถ้ามีกิจกรรมที่ใช้การมองเห็นละเอียดมากๆ เช่น ขับรถกลางคืน หรืองานที่ต้องใช้ความละเอียดสูง แต่อาจจะไม่ต้องใส่ตลอดเวลาก็ได้
  5. สายตาเอียง 100 ถึง 175
    1. ถือว่าสายตาเอียงปานกลาง : “ที่เริ่มมีผลกระทบ”
    1. อาการ : เริ่มเห็นเงาซ้อนชัดเจนขึ้น โดยเฉพาะตอนขับรถกลางคืน มองไฟจราจรแล้วฟุ้งกระจาย หรือต้องหรี่ตาเพื่อมองตัวหนังสือ
    1. คำแนะนำ : “ควรตัดแว่น” เพื่อลดอาการตาล้าและปวดหัว ช่วยให้ทัศนวิสัยการมองภาพได้ดีขึ้น
  6. สายตาเอียง 2.00 ขึ้นไป
    1. ถือว่าสายตาเอียงเยอะ
    1. อาการ : เห็นภาพเบลอเงาซ้อนอย่างเห็นได้ชัดในทุกระยะ ทั้งใกล้และไกล ไม่สามารถโฟกัสภาพให้ชัดได้เอง
    1. คำแนะนำ : “จำเป็นต้องใส่แว่นตลอดเวลา” และถ้าสายตาเอียงมากกว่า 300 ควรไปหาจักษุแพทย์เพื่อตรวจโรคทางกระจกตา

สายตาเอียงเยอะ เลือกแว่นอย่างไรดี? ให้ใส่สบายไม่เวียนหัว

          ถ้าคุณมีค่าสายตาเอียงตั้งแต่ 200 ขึ้นไป การเลือกร้านแว่น และเลนส์ถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญมาก เพราะหากเลือกเลนส์ผิดประเภท หรือวัดองศาเอียง คลาดเคลื่อนเพียงนิดเดียว อาจทำให้เกิดอาการ “ภาพล้ม” หรือ “พื้นลอย” จนใส่ไม่ได้

  1. เลือกเลนส์โครงสร้างดี : สำหรับคนมีค่าสายตาเอียงเยอะ แนะนำให้ใช้เลนส์สั่งขัด (หรือเลนส์แลป) โครงสร้าง Aspheric ขึ้นไป (Aspheric, Double Aspheric และ Freeform) ที่ช่วยลดภาพบิดเบี้ยวด้านข้าง ทำให้มองได้สบายตา และปรับตัวกับแว่นได้ง่ายขึ้น (สามารถอ่านเรื่องโครงสร้างเลนส์เพิ่มเติมได้ คลิกที่นี้)
  2. ความแม่นยำของการวัด : ทั้งค่าสายตาเอียงและองศาเอียง รวมถึงการวัดจุดประกอบแว่น ต้องแม่นยำระดับมิลลิเมตร เพราะคนเอียงเยอะจะ sensitive มาก หากคลาดเคลื่อนเพียงนิดเดียวก็ส่งผลกับความชัด ความสบายตา และการสวมใส่ได้เลย
  3. กรอบแว่น : ไม่ควรเลือกกรอบที่โค้งมากเกินไป หรือใหญ่มากเกินไป เพราะจะยิ่งทำให้ภาพด้านข้างที่บิดเบี้ยวเยอะขึ้น ส่งผลทำให้เวียนหัว ปรับตัวยาก

สรุป

          คำตอบของคำถามว่า “สายตาเอียงเท่าไหร่ถึงเยอะ” คือตั้งแต่ 200 ไดออปเตอร์ ขึ้นไปนั่นเองค่ะ หวังว่าบทความนี้จะทำให้คุณได้คำตอบที่สงสัยอยู่นะคะ แต่ถ้าเริ่มไม่มั่นใจอยากให้ร้านเราช่วย ก็สามารถจองคิวเข้ามาตรวจวัดสายตาอย่างละเอียดและคัดกรองโรคตาเบื้องต้นกับนักทัศนมาตร (หมอสายตา) ได้ เพื่อให้คำแนะนำกับค่าสายตาของคุณให้เหมาะสมที่สุดนะคะ