ปกติเคยได้ยินแต่ว่า “เครียดลงกระเพาะ” กันใช่ไหมคะ? แต่รู้ไหมว่าจริงๆแล้วก็สามารถเครียด “ขึ้นตา” ได้เหมือนกันนะ
ในยุคนี้ที่การแข่งขันทุกอย่างสูง และการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว หลายๆคนก็คงทุ่มเทกับการทำงานจนลืมพักผ่อน จนร่างกายของเราอาจจะเริ่มส่งสัญญาณเตือน วันนี้จะขอเล่า เคสกรณีศึกษาจริงที่น่าสนใจ เกี่ยวกับโรคจุดรับภาพชัดบวมน้ำ (CSC) ซึ่งมีความสัมพันธ์โดยตรงกับความเครียดกันค่ะ
กรณีศึกษา : เมื่อ “งานใหม่” ส่งผลกับตา
นี่คือเรื่องราวจากเคสจริงที่มีการรายงานทางการแพทย์ ของผู้ป่วยชาย อายุ 33 ปี ซึ่งสะท้อนภาพชีวิตของคนวัยทำงานในปัจจุบัน
ประวัติและจุดเริ่มต้น
ผู้ป่วยรายนี้เป็นพนักงานบริษัทเอกชนที่มีร่างกายแข็งแรงดี ไม่มีโรคประจำตัว แต่เมื่อเขาตัดสินใจ “ย้ายงานใหม่” ก็ส่งผลทำให้เกิดสิ่งต่อไปนี้
- ความเครียด : จากการปรับตัวกับวัฒนธรรมองค์กรใหม่และภาระงาน ทำให้เกิดความเครียดสะสมโดยไม่รู้ตัว
- การนอนหลับ : เริ่มมีอาการนอนไม่หลับติดต่อกันหลายสัปดาห์
สัญญาณเตือนทางตา
หลังจากทำงานหนัก จู่ๆ วันหนึ่งเขาก็สังเกตเห็นความผิดปกติที่ ตาข้างขวา :
- ตามัวลง : อยู่ๆก็มองภาพไม่ได้คมชัดเหมือนเดิม
- เห็นวงเงาดำจางๆ : เห็นมาบังตรงกึ่งกลางภาพอยู่ตลอดเวลา
- เห็นเส้นบิดเบี้ยวหรือโค้งงอ : เมื่อมองเส้นตรง หรือเส้นตาราง

ผลการตรวจและวินิจฉัย
เมื่อไปพบจักษุแพทย์และทำการสแกนจอตา (OCT) พบว่า “มีน้ำรั่วซึมออกมาขังอยู่ใต้จุดรับภาพชัด” ทำให้จอตาบวมนูนขึ้น โดยมีสาเหตุหลักมาจาก “ความเครียดและนอนไม่เพียงพอ”
ทำไม “ความเครียด” ถึงทำให้ “ส่งผลกับการมองเห็น” ?
- ฮอร์โมนคอร์ติซอล : เมื่อเราเครียด ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนนี้ออกมาในปริมาณมาก
- เส้นเลือดรั่ว : เมื่อฮอร์โมนถูกหลั่งออกมามากเกินไป จะไปทำลายความแข็งแรงของผนังเส้นเลือดในชั้นคอรอยด์ (Choroid) และรบกวนการปั๊มน้ำเข้า-ออกของเซลล์ (RPE Pump)
- น้ำขัง : พอปั๊มน้ำมีปัญหา ของเหลวที่ออกจากเส้นเลือดเลยรั่วซึมเข้าไปขังใต้จอตา “เหมือนกับน้ำท่วมขังที่รอการระบายออก” ทำให้การมองเห็นตรงกลางภาพเบลอไป
บทสรุป : การรักษาที่ไม่ต้องผ่าตัดหรือใช้ยา แค่เริ่มจาก “ใจ”
กลับมาที่เคสของคุณพนักงานออฟฟิศที่เพิ่งย้ายงาน เชื่อกันไหมว่าการรักษาของเคสนี้ ไม่ใช่การผ่าตัด หรือใช้ยา เลย
แต่จักษุแพทย์แนะนำให้เขา “ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม”
- จัดการกับความเครียด และฝึกปล่อยงานกับเรื่องงาน
- สำคัญที่สุด คือ ต้องนอนกลับให้เพียงพอ
ผลลัพธ์ : หลังจากผ่านไป 4 สัปดาห์ เมื่อลดความเครียดลงได้ และนอนหลับอย่างเพียงพอ ร่างกายก็ฟื้นฟูตัวเอง น้ำที่ขังอยู่ใต้จอตาก็ค่อยๆ ยุบหายไปจนแห้งสนิท และกลับมามองเห็นได้อย่างปกติ
จากเคสนี้เห็นได้เลยนะคะ ว่า “ดวงตา”เราเป็นอวัยวะที่ซื่อตรงมากขนาดไหน แค่เรามีปัญหาไม่ว่าจะร่างกายหรือจิตใจ ก็ส่งผลกับการมองเห็นของเราได้แล้ว
เพราะแบบนี้ร้านเราถึงให้ความสำคัญ ไม่ใช่แค่เรื่องของ “ค่าสายตา” แต่ยังรวมไปถึง “สุขภาพดวงตา” เข้าไปด้วย ในทุกๆเคสที่เข้ามาตัดแว่นกับร้านเราตรวจเช็คค่าสายตาอย่างละเอียดพร้อมทั้งคัดกรองโรคตาเบื้องต้น เราพร้อมที่จะดูแลการมองเห็นของคุณด้วยความใส่ใจนะคะ
อ้างอิง
Central Serous Chorioretinopathy Induced by Work Stress: A Case Report ผู้แต่ง: Ferdy Reppie, J.S.M. Saerang, R.D. Moningka วารสาร: e-Clinic (eCl), Volume 5, Number 1, January-June 2017
